คนใช้รถทั้งหลายเคยสงสัยไหมว่าจริง ๆ แล้วรถมอเตอร์ไซค์ควรขับเลนไหน ที่เขาบอกว่าขับไหล่ทางสิถึงจะถูกต้อง ปลอดภัย แต่อีกมุมหนึ่งโต้ว่า ขี่เร็วต้องอยู่เลนขวาสิ! ความจริงแล้ว “ถูกใจหรือถูกกฎหมาย” แบบไหนกันแน่ที่ถูกต้อง รู้ใจได้รวบรวมประเด็นที่น่าสนใจมาให้แล้วในเรื่องนี้ ไปเจาะลึกเรื่องกฎหมายการขับขี่รถจักรยานยนต์ แบบถูกต้องจริง ๆ ให้เข้าใจตรงกันทั้งคนใช้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ความปลอดภัยบนท้องถนนจะเพิ่มขึ้นได้ ตามไปดูกันเลย
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ขับขี่ปลอดภัย” เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องใส่ใจมาก ๆ โดยเฉพาะกฎหมายการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่สิงห์นักบิดจำเป็นต้องรู้หน่อย ซึ่งกฎหมายจราจรเบื้องต้นที่ควรรู้ มีดังนี้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกประกาศปรับเพิ่มบทลงโทษกฎหมายจราจรใหม่ สำหรับหลายกรณีความผิดสำหรับผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2565 เป็นต้นมา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
การขับรถประมาท ไม่เคารพกฎหมายจราจร นอกจากจะมีโทษปรับตามกฎหมายจราจรใหม่แล้ว ยังก่อให้เกิด “ความเสียหาย” ตามมาไม่รู้จบ ยิ่งถ้าหากรถมอเตอร์ไซค์ของคุณเป็นบิ๊กไบค์ บอกเลยว่ามีปาดเหงื่อกับค่าใช้จ่ายที่มหาศาลและอาจต้องเจ็บตัวอีกด้วย แต่แทนที่เราจะเสียเงินก้อนโตไปกับการชดใช้ค่าเสียหายหรือซ่อมรถ สู้เก็บเงินไว้แล้วแบ่งส่วนเล็ก ๆ มาซื้อประกันรถมอเตอร์ไซค์ ที่รู้ใจลดสูงสุด 30% ปรับแผนได้ตามใจ แถมผ่อนสบาย 10 เดือน เช็คราคาออนไลน์ฟรีตลอด 24 ชม. ไม่ต้องใส่เบอร์โทรหรืออีเมล
ระบบการตัดแต้มใบขับขี่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา โดยคนที่มีใบขับขี่ทุกคน จะมีคะแนนความประพฤติคนละ 12 คะแนน หากทำผิดกฎหมายจราจร จะถูกตัดคะแนนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด โดยคะแนนที่ถูกตัดไปจะได้รับคืนต่อเมื่อผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เข้าอบรมกับกรมการขนส่งทางบก หรือรอให้ครบ 1 ปี จะได้รับคะแนนที่ตัดไปคืนอัตโนมัติ ยกเว้นหากถูกตัดคะแนนจนเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่หรือห้ามขับรถทุกประเภทเป็นเวลา 90 วัน และหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับประเด็นที่หลายคนสงสัยกันมากที่สุด คือ รถมอเตอร์ไซค์ควรขับเลนไหน ถึงจะไม่ทำผิดกฎหมายจราจรเบื้องต้น? ในตอนที่ สอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ จริง ๆ มีข้อมูลนี้ระบุไว้อยู่ แต่ถ้าใครจำไม่ได้ตามไปดูกฎหมายการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เกี่ยวข้องในพรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 กันเลยดีกว่า
ระบุว่า “ผู้ขับขี่ต้องขับรถในทางเดินรถด้านซ้าย และต้องไม่ล้ำกึ่งกลางของทางเดินรถ” เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้
ในข้อกฎหมายนี้ของการสอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ ระบุว่า “ในการใช้ทางเดินรถที่ได้จัดแบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ ตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป หรือที่ได้จัดช่องเดินรถประจำทางไว้ในช่องเดินรถซ้ายสุด ผู้ขับขี่ต้องขับรถในช่องซ้ายสุด หรือใกล้กับช่องเดินรถประจำทาง” เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
ระบุว่า “รถที่มีความเร็วช้า หรือรถที่มีความเร็วต่ำกว่าความเร็วของรถคันอื่น ที่ขับในทิศทางเดียวกัน ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ใกล้ขอบทางเดินรถด้านซ้ายเท่าที่จะทำได้”
ด้วยความที่รถมอเตอร์ไซค์คันเล็ก สามารถแทรกไปมาระหว่างเลนได้ ทำให้หลายคนมีพฤติกรรมการขับขี่มอเตอร์ไซค์แบบนั้นเป็นปกติ โดยที่ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ “ผิดกฎหมาย” เนื่องจาก พรบ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 ได้กำหนดห้ามไม่ให้ผู้ขับขี่ขับรถในลักษณะดังต่อไปนี้
ซึ่งการขี่รถมอเตอร์ไซค์ทับเส้นแบ่งเลนไปเรื่อย ๆ (แทรกไปมาระหว่างเลน) มีโทษปรับตั้งแต่ 400-1,000 บาท ตามมาตรา 157 นอกจากนี้ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานขับรถโดยไม่คำถึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 160 วรรค 3 ด้วยเช่นกัน
คำว่าประมาทร่วม หลายคนน่าจะเคยได้ยินมาแต่ไม่เข้าใจความหมายเชิงลึก จริง ๆ บริบทของมันคือ “ประมาทร่วมเป็นเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เกิดจาก ‘ความประมาท’ ของทั้ง 2 ฝ่าย” ซึ่งในทางกฎหมายจะใช้คำว่า “ต่างฝ่ายต่างประมาทไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน”
โดยเหตุการณ์ขับรถโดยประมาท (คดีประมาทร่วม) ที่พบเห็นได้บ่อยครั้ง คือ รถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ขับคู่กันมา แล้วเบียดหรือปาดกัน ไม่มีใครยอมใคร ทำให้เกิดความเสียหายคาเส้นถนนด้วยกันทั้งคู่ แบบนี้จะเรียกว่าขับรถประมาททั้งคู่ และในท้ายที่สุดต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นร่วมกัน
แม้ว่ารถมอเตอร์ไซค์จะเป็นยานพาหนะคันเล็ก ๆ สามารถขับไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก แต่ไม่สามารถขับแทรกไปมาระหว่างเลนได้ตามใจชอบ รวมถึงยังควรขับรถในเส้นทางเดินรถที่กำหนดด้วย เพราะไม่อย่างนั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายจราจร ควรยึดหลักขับขี่ปลอดภัย มีสติ เพราะการขับรถประมาทนอกจากจะทำให้เกิดความเสียหาย ความสูญเสียแล้ว ยังมีโทษทางกฎหมายตามมาอีกมากมาย