ในปี 2026 ที่ราคาน้ำมันยังคงผันผวนและค่าครองชีพเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับทุกคน คำถามที่คนใช้รถมอเตอร์ไซค์ถามกันมากที่สุดไม่ใช่ "คันไหนแรงที่สุด?" แต่เป็น "คันไหนประหยัดที่สุด?"
วันนี้เราจะมาเปิดเวที "ศึกชิงบัลลังก์ความประหยัด" (The Battle of Economy) โดยจับเอามอเตอร์ไซค์จากค่ายเจ้าตลาดอย่าง Honda ที่เพิ่งเปิดตัวไลน์อัพปี 2026 สดๆ ร้อนๆ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา มาวัดกันปอนด์ต่อปอนด์ ลิตรต่อลิตร เพื่อหาคำตอบว่าใครคือ King of Fuel Efficiency ตัวจริง!
ฉายา: ราชาแห่งรถครอบครัว
หากพูดถึงความประหยัด ชื่อแรกที่ลอยมาในหัวคนไทยย่อมหนีไม่พ้น Honda Wave 110i ซึ่งในปี 2026 นี้ ฮอนด้าได้ปล่อยโมเดล All New ออกมาตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งอีกครั้ง
เครื่องยนต์: Honda Smart Engine 110cc ระบบหัวฉีด PGM-FI เวอร์ชันล่าสุดที่จูนมาเพื่อ "รีด" น้ำมันทุกหยดให้คุ้มค่าที่สุด
ตัวเลขเคลมจากโรงงาน: 76.9 กิโลเมตร/ลิตร (ตัวเลขนี้คือสถิติที่สูงที่สุดในกลุ่มรถครอบครัว ณ ปัจจุบัน)
ราคาค่าตัว: เริ่มต้นประมาณ 39,000 - 46,300 บาท (รุ่นล้อซี่ลวด/ล้อแม็ก)
Wave 110i คือนิยามของคำว่า "Less is More" ด้วยเครื่องยนต์ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักตัวรถที่เบา ทำให้ภาระเครื่องยนต์น้อยมากในการออกตัว การขี่ในเมืองที่ต้องจอดและไป (Stop-and-Go) บ่อยๆ Wave 110i จะทำตัวเลขความประหยัดได้ดีที่สุด เพราะไม่ต้องใช้รอบเครื่องสูงเพื่อลากตัวรถ
จุดเด่น:
ประหยัดน้ำมันที่สุดในการใช้งานจริงช่วงความเร็วต่ำ-กลาง (0-60 กม./ชม.)
ค่าบำรุงรักษาต่ำที่สุด (ยาง, โซ่, น้ำมันเครื่อง 0.8 ลิตร)
จุดสังเกต:
หากต้องวิ่งทางไกลด้วยความเร็วสูง (เกิน 80 กม./ชม.) รอบเครื่องจะสูง ทำให้กินน้ำมันเพิ่มขึ้นและผู้ขี่อาจรู้สึกล้าได้
ฉายา: พี่ใหญ่สายทัวริ่ง
ขยับขึ้นมาที่รุ่นพี่อย่าง Wave 125i ที่แม้จะมี cc เยอะกว่า แต่หลายคนยืนยันว่า "ขับทางไกลประหยัดกว่าน้องเล็ก" จริงหรือไม่?
เครื่องยนต์: Honda Smart Engine 125cc พร้อมระบบ Piston Oil Jet ช่วยระบายความร้อน
ตัวเลขเคลมจากโรงงาน: 71.4 กิโลเมตร/ลิตร
ราคาค่าตัว: 57,200 - 66,200 บาท
แม้ตัวเลขเคลมจะน้อยกว่า 110i เล็กน้อย (71.4 vs 76.9) แต่ "ความลับ" ของ Wave 125i อยู่ที่ "แรงบิด" (Torque) เครื่องยนต์ 125cc มีกำลังเหลือเฟือ ทำให้การทำความเร็วเดินทาง (Cruising Speed) ที่ 70-80 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องต่ำกว่า 110i มาก
จุดเด่น:
ประหยัดมากในการเดินทางระยะกลาง-ไกล (ข้ามอำเภอ/จังหวัด)
ถังน้ำมันขนาด 5.4 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 300 กม. ต่อน้ำมันหนึ่งถัง (ไม่ต้องแวะปั๊มบ่อย)
ฉายา: ออโตเมติกจอมจุ
ใครบอกว่ารถออโตเมติก (A.T.) กินน้ำมัน? New Honda Lead 125 (2026) ขอท้าชิงด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ระดับโลก
เครื่องยนต์: eSP+ 4 วาล์ว 125cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ตัวเลขเคลมจากโรงงาน: ประมาณ 53 กิโลเมตร/ลิตร
Real World Test: ผู้ใช้งานจริงทำได้ประมาณ 42-49 กม./ลิตร
ถ้าดูแค่ตัวเลข กม./ลิตร Lead 125 อาจแพ้ Wave แต่ถ้ามองเรื่อง "Efficiency per Trip" (ความคุ้มค่าต่อเที่ยว) Lead 125 คือผู้ชนะขาดลอย ด้วย U-Box ขนาดมหึมา 37 ลิตร
สถานการณ์: คุณต้องไปซื้อของเยอะๆ ที่ตลาด
ขี่ Wave: อาจต้องขี่ไป-กลับ 2 รอบ หรือต้องแบกเป้หนักๆ (ต้านลม กินน้ำมัน)
ขี่ Lead: ใส่ใต้เบาะจบในรอบเดียว
สรุป: ประหยัด "เที่ยววิ่ง" = ประหยัดน้ำมันทางอ้อม
ฉายา: จุดจบของค่าน้ำมัน
เมื่อต้นเดือนมกราคม 2026 ฮอนด้าสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว Honda UC3 รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100% (EV) อย่างเป็นทางการ
นี่คือผู้ท้าชิงที่ "โกง" กติกาที่สุด เพราะอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันคือ 0 กม./ลิตร!
ค่าใช้จ่าย: ค่าชาร์จไฟเฉลี่ยเพียง 0.1 - 0.2 บาท/กม. (เทียบกับ Wave ที่ประมาณ 0.5 - 0.7 บาท/กม.)
ความเหมาะสม: เหมาะที่สุดสำหรับ Rider ส่งอาหารในเมือง หรือพนักงานออฟฟิศที่วิ่งระยะสั้นๆ และมีจุดชาร์จรองรับ
สมมติราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ในปี 2026 เฉลี่ยอยู่ที่ 38 บาท/ลิตร (สมมติการณ์) เงิน 100 บาท จะเติมน้ำมันได้ประมาณ 2.63 ลิตร
มาดูกันว่าแต่ละคันจะวิ่งไปได้ไกลแค่ไหน (คำนวณจากสเปกโรงงาน):
Honda Wave 110i:
ระยะทาง: 2.63 ลิตร x 76.9 กม./ลิตร = 202.2 กิโลเมตร