สำหรับคนใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย "พ.ร.บ." คือคำคุ้นหูที่เราต้องจัดการเป็นประจำทุกปี แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนมากที่ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า พ.ร.บ. คืออะไร มีไว้เพื่ออะไร และให้ความคุ้มครองเราแค่ไหนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือที่เรียกกันติดปากว่า "พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์" แบบเจาะลึกทุกประเด็น ตั้งแต่ความสำคัญ ค่าธรรมเนียม ไปจนถึงขั้นตอนการเคลมประกัน เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจและรักษาสิทธิของตัวเองได้อย่างเต็มที่
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ที่กฎหมายกำหนดให้รถจักรยานยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกต้องจัดทำไว้ วัตถุประสงค์หลักไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตำรวจจับ แต่มีไว้เพื่อ "คุ้มครองคน" โดยเฉพาะ
จำไว้ว่า: พ.ร.บ. คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับ "คน" (ร่างกายและชีวิต) เท่านั้น แต่ ไม่คุ้มครอง ความเสียหายของตัวรถหรือทรัพย์สิน
เป็นกฎหมายบังคับ: หากไม่ทำ พ.ร.บ. จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
ใช้ต่อภาษีรถประจำปี: หากไม่มีหลักฐานการทำ พ.ร.บ. คุณจะไม่สามารถชำระภาษีรถประจำปี (ป้ายวงกลม) ได้ ซึ่งการขาดต่อภาษีก็มีโทษปรับและอาจถูกระงับทะเบียนหากขาดต่อนานเกิน 3 ปี
ตาข่ายรองรับทางสังคม: เมื่อเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะเป็นเงินสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นทันที โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด ช่วยให้สถานพยาบาลมั่นใจในการรับตัวผู้ป่วยเข้ารักษา
ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น และ ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกิน
เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต บริษัทประกันจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ประสบภัย (คนขับ, คนซ้อน, คนเดินถนน) ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วน ดังนี้:
ค่ารักษาพยาบาลตามจริง: สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน
กรณีเสียชีวิต / ทุพพลภาพถาวร / สูญเสียอวัยวะ: จ่ายเงินชดเชย 35,000 บาทต่อคน
หมายเหตุ: หากบาดเจ็บแล้วต่อมาเสียชีวิต จะได้รับรวมกันไม่เกิน 65,000 บาท
หากพิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นฝ่ายถูก คุณจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติม (รวมค่าเสียหายเบื้องต้น) ดังนี้:
ค่ารักษาพยาบาลตามจริง: สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท
กรณีเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง: จ่าย 500,000 บาท
กรณีสูญเสียอวัยวะ: 200,000 - 500,000 บาท (ตามความรุนแรงที่กฎหมายกำหนด)
ค่าชดเชยรายวัน (กรณีเป็นผู้ป่วยใน IPD): 200 บาทต่อวัน (รวมไม่เกิน 20 วัน หรือสูงสุด 4,000 บาท)
ราคาของ พ.ร.บ. จะขึ้นอยู่กับขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) ของรถ ดังนี้ (ราคาโดยประมาณ):
ไม่เกิน 75 ซีซี: ประมาณ 161.57 บาท
เกิน 75 - 125 ซีซี: ประมาณ 323.14 บาท
เกิน 125 - 150 ซีซี: ประมาณ 430.14 บาท
เกิน 150 ซีซี ขึ้นไป (Big Bike): ประมาณ 645.21 บาท
รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า: ราคาจะใกล้เคียงกับกลุ่มเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ขึ้นอยู่กับการประกาศของ คปภ.
เมื่อเกิดเหตุ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "สติ" และการรวบรวมเอกสาร เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปอย่างรวดเร็ว
สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย (หรือใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว)
สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีเสียชีวิต)
ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันของตำรวจ (ระบุว่าเกิดเหตุที่ไหน อย่างไร)
ใบรับรองแพทย์และใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล (ตัวจริง)
สำเนาทะเบียนรถคันที่เกิดเหตุ
สำเนาใบขับขี่ (ถ้ามี)
กรณีรักษาตัวที่โรงพยาบาล: คุณสามารถแจ้งใช้สิทธิ พ.ร.บ. กับทางโรงพยาบาลได้ทันที โดยมอบอำนาจให้โรงพยาบาลเป็นผู้ไปตั้งเบิกกับบริษัทประกันแทน (คุณไม่ต้องสำรองจ่ายในวงเงินเบื้องต้น)
กรณีเบิกเอง: นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่บริษัทประกันภัยที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรือยื่นผ่าน บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ
Q: พ.ร.บ. ขาด สามารถเคลมได้ไหม? A: หาก พ.ร.บ. ขาด คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกัน แต่ผู้ประสบภัยยังสามารถไปเบิก "ค่าเสียหายเบื้องต้น" ได้จาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย จากนั้นกองทุนฯ จะไปเรียกเก็บเงินคืนจากเจ้าของรถ พร้อมค่าปรับ 20% และเจ้าของรถยังมีความผิดทางอาญาจากการไม่ทำ พ.ร.บ. ด้วย
Q: ไม่มีใบขับขี่ พ.ร.บ. จ่ายไหม? A: จ่ายครับ พ.ร.บ. เน้นความคุ้มครองชีวิตและร่างกาย ไม่ว่าคุณจะมีใบขับขี่หรือไม่ หรือจะเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด พ.ร.บ. ยังคงให้ความคุ้มครองตามสิทธิ
Q: ซ้อนท้ายเพื่อนแล้วเพื่อนล้มเอง เบิกได้ไหม? A: ได้ครับ คนซ้อนถือเป็น "ผู้ประสบภัย" สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามสิทธิ
การเสียเงินเพียงหลักร้อยบาทต่อปีเพื่อทำ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ ไม่ใช่เพียงการทำตามกฎหมายเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกจับกุม แต่มันคือการสร้าง "หลักประกัน" ให้กับชีวิตของคุณและคนรอบข้าง
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกวินาที ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันอาจสูงถึงหลักหมื่นหลักแสนในการผ่าตัดเพียงครั้งเดียว การมี พ.ร.บ. ที่ไม่ขาดอายุ จึงเปรียบเสมือนการมีหมวกกันน็อกทางการเงินที่ช่วยรองรับแรงกระแทกจากค่าใช้จ่ายที่หนักหน่วงได้