ในปี 2026 อุตสาหกรรมสองล้อก้าวเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า "Parallels" หรือการขนานกันระหว่างความถวิลหาอดีต (Retro-Modern) และการก้าวไปสู่ยุคไฟฟ้า (Electrification) ทำให้โทนสีในปีนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักที่น่าจับตามองดังนี้ครับ:
กลุ่มสีนี้ได้รับอิทธิพลมาจากรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (EV) และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เน้นความสะอาดตาแต่มีพลัง
Prime Gray (เทาซาติน): สีเทาที่มีความนวลแบบผิวสัมผัส Satin ไม่มันวาวจนเกินไป ให้ลุคมินิมอลแต่ดูพรีเมียม 
Deep Science Blue (น้ำเงินเข้มวิทยาศาสตร์): สีน้ำเงินโทนลึกที่ดูมีความลึกลับ สื่อถึงความฉลาดและเทคโนโลยี AI ที่ฝังอยู่ในตัวรถ

Dark Chrome (โครเมียมรมดำ): การกลับมาของงาน Chrome แต่เปลี่ยนจากความเงาสว่างเป็นความเข้มขรึม สะท้อนความแข็งแกร่งของวัสดุ
เนื่องจากปี 2026 เป็นปีครบรอบสำคัญของหลายแบรนด์ (เช่น 80 ปี Vespa) สีแนว "Throwback" จึงกลับมาฮิตอีกครั้ง
Triumph Performance Yellow / Carnival Red: สีเหลืองและแดงสดแบบแม่สี ตัดกับชิ้นส่วนสีดำ ช่วยสร้างความโดดเด่นบนท้องถนน (High Contrast)
Lava Red Gloss: สีแดงที่มีมิติของสีส้มเหลือบทอง ให้ความรู้สึกเหมือนลาวาที่กำลังเคลื่อนที่
Royal Iron (เงินอมน้ำเงิน): สีพิเศษที่ให้ความรู้สึกกึ่งโลหะ กึ่งของเหลว (Metallic Fluidity) เหมาะกับรถสกู๊ตเตอร์ระดับพรีเมียม

เทรนด์รักษ์โลกยังคงอยู่ แต่จะถูกปรับให้ดู "ดุ" และ "ลุย" มากขึ้น
Greenish Gray (เขียวอมเทา): สีเขียวหม่นที่ดูเหมือนสีของพืชพรรณในทะเลทราย หรือสีในเชิง Tactical เหมาะกับรถสาย Adventure และ ScramblerWarm Neutrals (โทนอุ่น): สีเบจหรือสีครีมที่ผสมมุก (Pearl) เล็กน้อย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายแต่มีระดับ