กิจกรรม

  • gallery

เคยสังเกตไหมครับว่า มอเตอร์ไซค์ Honda คู่ใจของเราที่เคยบิดติดมือ เร่งแซงทันใจในวันแรกที่ออกรถ พอใช้ไปสักพักกลับเริ่มมีอาการอืดเร่งไม่ขึ้น กินน้ำมันมากกว่าเดิม แถมบางครั้งยังมีเสียงระงมมาจากห้องเครื่อง ยิ่งในยุคนี้ที่รถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติก (AT) ของ Honda ครองเมือง ตั้งแต่รุ่นเล็กยอดฮิตอย่าง Honda Scoopy i, Honda Click 160 ไปจนถึงพรีเมียมสกู๊ตเตอร์อย่าง Honda PCX ซึ่งใช้ระบบระบายความร้อนที่แตกต่างกัน ทั้ง “สายลม (Air-Cooled)” และ “สายน้ำ (Liquid-Cooled)” การดูแลรักษาให้ถูกจุดจึงเป็นกุญแจสำคัญ

บทความนี้จะพาชาว 2 ล้อมาเจาะลึก 5 ทริคเด็ดในการดูแลเครื่องยนต์ Honda ทั้งสองระบบ เพื่อคืนชีพความแรง ทลายความอืด และทำให้รถขี่สนุก บิดติดมือเหมือนเพิ่งแกะกล่องใหม่อีกครั้ง!

1. เข้าใจหัวใจเครื่องยนต์: เลือกน้ำมันเครื่องให้ตรงสเปกและเปลี่ยนตามระยะ

น้ำมันเครื่องเปรียบเสมือนเลือดย่อส่วนที่หล่อเลี้ยงหัวใจของเครื่องยนต์ Honda แต่สิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนคือ เครื่องยนต์สายลม และ เครื่องยนต์สายน้ำ มีความต้องการที่ต่างกัน:

  • เครื่องยนต์สายลม (Air-Cooled): เช่น Honda Scoopy i หรือรถตระกูล 110-125cc บางรุ่น เครื่องยนต์ประเภทนี้อาศัยลมภายนอกปะทะเพื่อระบายความร้อน ทำให้อุณหภูมิเครื่องยนต์สะสมสูงกว่าในตอนรถติด น้ำมันเครื่องที่ใช้จึงต้องมีฟิล์มน้ำมันที่ทนความร้อนสูงและไม่ใสจนเกินไป (เช่น เบอร์ 10W-40) เพื่อป้องกันเครื่องยนต์สึกหรอ

  • เครื่องยนต์สายน้ำ (Liquid-Cooled): เช่น Honda PCX หรือ Honda Click 160 มีระบบหม้อน้ำช่วยควบคุมอุณหภูมิให้คงที่ เครื่องยนต์ทำงานได้เสถียรมากกว่า จึงสามารถใช้น้ำมันเครื่องที่มีความหนืดต่ำหรือใสขึ้นได้ (เช่น เบอร์ 10W-30) เพื่อเน้นการประหยัดน้ำมันและความลื่นไหลในการบิด

ทริคเพิ่มความแรง: อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งหรือดำเด็ดขาด สำหรับรถใช้งานเมืองที่รถติดขัดสูง ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุกๆ 1,500 - 2,500 กิโลเมตร และห้ามลืมเปลี่ยน "น้ำมันเฟืองท้าย" ทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่องครบ 2-3 ครั้ง เพื่อให้ชุดเกียร์ท้ายหมุนได้ลื่นไหล ไม่มีเสียงหอน

2. อย่าละเลยระบบระบายความร้อน (หม้อน้ำต้องเช็ค ลมต้องโฟลว์)

อาการเครื่องอืด วิ่งไม่ออกส่วนหนึ่งมาจาก “ความร้อนสะสม” เมื่อเครื่องยนต์ร้อนเกินไป ประสิทธิภาพในการจุดระเบิดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

  • สำหรับสายน้ำ (ระบบหม้อน้ำ): ควรตรวจเช็คระดับ น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) ในหม้อพักเป็นประจำทุกเดือน อย่าปล่อยให้ต่ำกว่าขีดล่าง (Low) และควรเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นใหม่ทุกๆ 1-2 ปี รวมถึงตรวจเช็คครีบหม้อน้ำไม่ให้มีเศษดินหรือหินไปอุดตัน เพื่อให้การระบายความร้อนทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • สำหรับสายลม (ระบบใบพัด): แม้จะไม่มีหม้อน้ำให้ดูแล แต่เครื่องยนต์สายลมจะมีฝาครอบหม้อลมและใบพัดระบายความร้อนอยู่ข้างเครื่องยนต์ ทริคสำคัญคือห้ามมีเศษถุงพลาสติก ขยะ หรือคราบโคลนหนาเตอะไปอุดตันบริเวณช่องลมเข้าเด็ดขาด เพราะจะทำให้ลมไม่สามารถเข้าไปเปรียบเสมือนหม้อลมระบายความร้อนได้ ส่งผลให้เครื่องอืดและแหวนลูกสูบติดได้ง่ายๆ

3. คืนลมหายใจให้เครื่องยนต์ด้วย "กรองอากาศ" ที่สะอาด

เครื่องยนต์จะแรงได้ ต้องเกิดจากการผสมกันที่สมบูรณ์ระหว่าง "น้ำมัน" และ "อากาศ" หาก กรองอากาศ (Air Filter) ตัน อากาศจะเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้น้อยลง ทำให้ส่วนผสมหนาเกินไป (น้ำมันท่วม) ส่งผลให้รถมีอาการบิดแล้วตื้อ เร่งไม่ขึ้น ควันออกท้าย และกินน้ำมันอย่างน่าใจหาย

มอเตอร์ไซค์ Honda ยุคใหม่มักใช้กรองอากาศแบบกระดาษเคลือบน้ำมัน ซึ่งช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดีเยี่ยม แต่กรองประเภทนี้ "ไม่สามารถเป่าทำความสะอาดได้" เมื่อหมดสภาพต้องเปลี่ยนใหม่ทันที

  • ระยะเวลาที่แนะนำ: ควรเช็คทุกๆ 4,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 12,000 - 15,000 กิโลเมตร (หากขับขี่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองหนาแน่น เช่น เขตก่อสร้าง หรือถนนดิน ควรเปลี่ยนเร็วกว่ากำหนด) เมื่อเปลี่ยนแล้วคุณจะรู้สึกทันทีว่ารอบเครื่องกวาดไวขึ้น บิดติดมือขึ้นอย่างชัดเจน

4. บำรุงรักษา "ชุดข้าง" (ระบบขับเคลื่อนสายพาน V-Matic)

สำหรับรถออโตเมติก Honda พลังทั้งหมดจากเครื่องยนต์จะถูกส่งผ่านระบบสายพานที่เรียกว่าชุดข้าง หากเครื่องยนต์แรงดีแต่ชุดข้างสึกหรอ กำลังก็ส่งไปไม่ถึงล้อหลัง ทำให้เกิดอาการ "รอบมาแต่รถไม่วิ่ง" หรือออกตัวสั่น

จุดเช็กลิสต์สำคัญของชุดข้างที่ต้องดูแลมีดังนี้:

  • สายพาน (Drive Belt): ตรวจเช็คทุกๆ 8,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนใหม่ที่ระยะ 24,000 กิโลเมตร หากสายพานเริ่มแตกงาหรือหย่อน จะทำให้การส่งกำลังฟรีและบิดอืด

  • เม็ดตุ้มถ่วง (Weight Roller): หากเม็ดเริ่มสึกหรอเป็นเหลี่ยม ไม่กลมมน จะทำให้เม็ดไม่สามารถดันชามใบพัดให้อัตราทดเปลี่ยนได้อย่างนิ่มนวล ส่งผลให้รอบเครื่องสะดุดเร่งไม่ขึ้น

  • ผ้าคลัตช์หลังและชามคลัตช์: หากมีคราบจารบีหรือฝุ่นผงคลัตช์สะสมอยู่มาก จะทำให้คลัตช์จับไม่อยู่ เกิดอาการ "คลัตช์ลื่น" ออกตัวสั่นสะท้าน ทริคคือต้องเปิดฝาครอบแคร้งออกมาชะล้างทำความสะอาดฝุ่นผงเป่าคราบฝังลึกออกทุกครั้งที่เข้าเช็คระยะ

5. หัวเทียนและระบบหัวฉีด PGM-FI ต้องเป๊ะ

ทริคสุดท้ายคือระบบจุดระเบิดและจ่ายน้ำมัน หัวเทียน (Spark Plug) ที่เสื่อมสภาพ ประกายไฟจะอ่อน ทำให้การเผาไหม้ไม่หมดจด บิดแล้ววอด หรือสตาร์ทติดยาก ควรเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ทุกๆ 8,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นอะไหล่ที่ราคาหลักสิบหลักร้อยแต่ให้ผลลัพธ์ความแรงกลับมาเกินคุ้ม

นอกจากนี้ ระบบหัวฉีด PGM-FI ของ Honda ที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด ก็ต้องการความสะอาดเช่นกัน เมื่อใช้งานไปนานๆ อาจมีคราบเขม่าจากน้ำมันเชื้อเพลิงไปเกาะที่ปลายหัวฉีด ทำให้การฝอยน้ำมันไม่เป็นละอองละเอียด

  • ทริคเด็ด: ลองหา น้ำยาล้างระบบหัวฉีด (Fuel Injector Cleaner) ชนิดผสมในถังน้ำมันเชื้อเพลิงมาเติมผสมดูสักครั้ง ทุกๆ ระยะ 3,000 - 5,000 กิโลเมตร น้ำยาจะเข้าไปช่วยล้างคราบเหนียวที่หัวฉีดและคราบเขม่าบนหัวลูกสูบ ทำให้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงกลับมาสมบูรณ์ บิดสั่งได้ดั่งใจ

การบอกลาปัญหาเครื่องอืดในมอเตอร์ไซค์ Honda ไม่ใช่เรื่องยากและไม่จำเป็นต้องนำรถไปแต่งซิ่งจนเสียบาลานซ์เดิมของโรงงาน เพียงแค่คุณใส่ใจและทำตาม 5 ทริคการดูแลรักษา นี้อย่างสม่ำเสมอ เข้าใจความต่างของระบบสายลมและสายน้ำ พร้อมทั้งเปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลืองตามระยะทางที่กำหนด เพียงเท่านี้รถ Honda คันเก่งของคุณก็จะมีอัตราเร่งที่สมูท รวดเร็ว และบิดติดมือให้ความรู้สึกฟินเหมือนเพิ่งขี่รถใหม่ออกจากโชว์รูมในทุกๆ วันครับ!