ตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติก (A.T.) ในประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุดและมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันไม่ได้มองหารถจักรยานยนต์เพียงเพื่อการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมองหานวัตกรรม สมรรถนะ ความสะดวกสบาย และดีไซน์ที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่ ในบรรดารถสปอร์ต เอ.ที. ที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนาน "Honda Click" ถือเป็นชื่อที่คุ้นหูและครองใจคนไทยมาหลายเจเนอเรชัน และการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ด้วยการเปิดตัว All New Honda Click 160 ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของวงการรถสปอร์ต เอ.ที. ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการผสานขุมพลังใหม่ที่แรงขึ้น โครงสร้างที่เบาลง และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่อัดแน่นมาให้รอบคัน
บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของ All New Honda Click 160 ว่าทำไมรถรุ่นนี้ถึงกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์คู่ใจคันใหม่

สัมผัสแรกเมื่อได้เห็น Honda Click 160 คือความดุดันและสปอร์ตที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเส้นสายรอบคัน ดีไซน์ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด (All New) ให้มีความเฉียบคมและดูเป็นรถระดับพรีเมียมมากยิ่งขึ้น การออกแบบเน้นหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของความสวยงาม แต่ยังส่งผลดีต่อเสถียรภาพในการขับขี่ที่ความเร็วสูง
ระบบไฟ Full LED รอบคัน: ด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า Dual LED Headlight ที่มีดีไซน์เฉียบคม คล้ายคลึงกับรถสปอร์ตไบค์รุ่นใหญ่ของค่าย มาพร้อมไฟ Position Light ที่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นในเวลากลางวัน ส่วนไฟท้ายก็เป็นแบบ LED ดีไซน์สปอร์ตที่ให้ความสว่างชัดเจน เพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืน
รูปทรงที่สะท้อนความคล่องตัว: แม้จะมีการอัปเกรดเครื่องยนต์ให้ใหญ่ขึ้น แต่มิติของตัวรถยังคงความกะทัดรัด เหมาะสำหรับการมุดและลัดเลาะในสภาพการจราจรที่ติดขัดของเมืองใหญ่ แฟริ่งด้านข้างถูกออกแบบให้มีมิติและเหลี่ยมสันที่ชัดเจน เสริมลุคให้ดูแข็งแกร่ง

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงใน Click 160 คือการยกระดับเครื่องยนต์ไปสู่ขุมพลัง eSP+ (Enhanced Smart Power Plus) ขนาด 157 ซีซี 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเป็นบล็อกเครื่องยนต์เทคโนโลยีล่าสุดที่ฮอนด้าภูมิใจนำเสนอ
สมรรถนะที่เหนือกว่า: การเพิ่มจำนวนวาล์วจาก 2 วาล์ว เป็น 4 วาล์ว ช่วยให้ประสิทธิภาพในการนำไอดีเข้าและระบายไอเสียทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์มีอัตราเร่งที่ตอบสนองได้ดั่งใจในทุกย่านความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวจากสัญญาณไฟจราจร หรือการเร่งแซงในจังหวะคับขัน
ลดแรงเสียดทาน: ภายในเครื่องยนต์ eSP+ มีการปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อลดแรงเสียดทาน เช่น การใช้ Piston Oil Jet ที่ฉีดน้ำมันเครื่องไปหล่อเย็นใต้ลูกสูบ ช่วยระบายความร้อนและยืดอายุการใช้งาน รวมถึงการใช้ตัวดันโซ่ไทม์มิ่งแบบไฮดรอลิกที่ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน
ระบบหัวฉีด PGM-FI: ยังคงทำงานได้อย่างแม่นยำในการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้แม้ตัวรถจะมีความแรงเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงความประหยัดน้ำมันไว้ได้อย่างน่าประทับใจ ตอบโจทย์สภาพเศรษฐกิจและราคาน้ำมันในยุคปัจจุบัน



อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปลี่ยนมาใช้โครงสร้างเฟรมแบบใหม่ที่เรียกว่า eSAF (enhanced Smart Architecture Frame) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการขึ้นรูปเฟรมด้วยการปั๊มขึ้นรูปและเชื่อมด้วยเลเซอร์
น้ำหนักเบาลง ควบคุมง่ายขึ้น: เฟรม eSAF มีน้ำหนักที่เบากว่าเฟรมแบบท่อเหล็กดั้งเดิม แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานต่อแรงบิด แรงเหวี่ยง นำไปสู่การควบคุมรถ (Handling) ที่ง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้น ผู้ขับขี่จะรู้สึกได้ถึงความพลิ้วไหวเมื่อต้องเลี้ยวโค้งหรือเปลี่ยนเลนกะทันหัน
เพิ่มพื้นที่ใช้สอย: การออกแบบเฟรมแบบใหม่ยังช่วยให้การจัดสรรพื้นที่ภายในตัวรถทำได้ดีขึ้น ส่งผลให้มีพื้นที่เก็บของใต้เบาะ (U-Box) ขนาดใหญ่ถึง 18 ลิตร สามารถใส่หมวกกันน็อกแบบครึ่งใบและสัมภาระอื่นๆ ได้อย่างสบายๆ
เพื่อให้สอดรับกับสมรรถนะที่สูงขึ้น Honda Click 160 จึงได้รับการอัปเกรดระบบช่วงล่างและระบบความปลอดภัยอย่างจัดเต็ม
ล้อและยางขนาดใหญ่: ล้อแม็กดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ต มาพร้อมกับยางแบบ Tubeless (ไร้ยางใน) ขนาดใหญ่ขึ้น โดยยางหน้ามีขนาด 100/80-14 และยางหลังขนาด 120/70-14 ซึ่งหน้ายางที่กว้างขึ้นนี้ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนน ทำให้การยึดเกาะถนนทำได้ดีเยี่ยม ทั้งในทางตรงและการเข้าโค้ง
ระบบเบรก ABS / CBS: สำหรับ Honda Click 160 มีการแบ่งรุ่นย่อยตามระบบเบรก ได้แก่
รุ่น ABS: มาพร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System) ที่ล้อหน้า พร้อมดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลัง มอบความปลอดภัยขั้นสุดเมื่อต้องเบรกกะทันหันบนสภาพถนนที่ลื่นหรือเปียก
รุ่น Standard (CBS): ใช้ระบบเบรกแบบ Combi Brake System ที่ช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างสมดุล มาพร้อมดิสก์เบรกหน้าและดรัมเบรกหลัง
ในยุคที่สมาร์ทโฟนและเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน Honda Click 160 ก็ไม่พลาดที่จะใส่ฟังก์ชันที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่มาอย่างครบครัน
ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Honda Smart Key): สตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจเสียบ เพิ่มความสะดวกสบายและดูพรีเมียม มาพร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถ (Answer Back) และสัญญาณกันขโมย (Anti-theft Alarm) เพิ่มความอุ่นใจเมื่อต้องจอดรถในที่สาธารณะ
ช่องชาร์จไฟสำรอง (USB Charger): บริเวณคอนโซลหน้าด้านซ้าย มีช่องเก็บของพร้อมฝาปิด ซึ่งภายในซ่อนพอร์ตชาร์จไฟแบบ USB Type A ไว้ให้ ทำให้คุณสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์แกดเจ็ตต่างๆ ได้ตลอดการเดินทาง โดยไม่ต้องซื้ออะแดปเตอร์แปลงไฟเพิ่ม
แผงหน้าปัด Full Digital Speedometer: จอแสดงผลแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ดีไซน์ล้ำสมัย อ่านค่าต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ทั้งความเร็ว ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง นาฬิกา อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ไฟเตือนการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และระยะทางรวม


สำหรับการทำตลาดของ Honda Click 160 ถือว่าถูกวางตำแหน่งไว้ในกลุ่ม Premium Sport A.T. ซึ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยไปจนถึงวัยทำงาน ที่ต้องการรถที่สะท้อนภาพลักษณ์ความสปอร์ต เท่ และมีความปราดเปรียว ด้วยราคาค่าตัวที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับสเปกเครื่องยนต์ eSP+ ขนาด 157cc และเทคโนโลยีที่ได้รับ ทำให้รถรุ่นนี้มีความคุ้มค่าสูงมากในสายตาของผู้บริโภคและนักการตลาด
นอกจากนี้ การบำรุงรักษาและเครือข่ายศูนย์บริการของฮอนด้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงอะไหล่ที่สามารถหาได้ง่ายและราคาไม่แพง ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Honda Click 160 เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไป หรือผู้ที่ต้องการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์และธุรกิจจัดส่งสินค้า